หลังจากที่เมื่อวันก่อนได้มีโอกาสไปเยือนเมืองมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์มาแล้ว หากจะไม่ได้ไปอ็อกซ์ฟอร์ดก็จะดูกระไรอยู่ …
Oxford อยู่ห่างจากลอนดอนประมาณ 95 กิโลเมตร มีประชากรอยู่ราวๆ 150,000 คน ซึ่งในจำนวนนี้ประมาณ 20,000 คนเป็นนักศึกษา … จึงนับว่าเป็นเมืองแห่งการศึกษาอย่างแท้จริง
ด้วยความที่มหาวิทยาลัยตั้งมานานเกือบพันปี Oxford จึงประกอบไปด้วย College ต่างๆ 39 แห่ง กระจายอยู่ทั่วเมือง … การเข้าเยี่ยมชมแต่ละ College นั้น จะมีกำหนดรอบเวลาและต้องเสียค่าเข้าชม ถูกบ้างแพงบ้างแล้วแต่ขนาดและความน่าสนใจของแต่ละบ้าน …
มาถึงสถานีรถไฟ Oxford ซึ่งไม่ได้ไกลจากตัวเมืองนัก ออกจากสถานีก็เจอเข้ากับต้นไม้สีสวยและลานจอดจักรยานของเหล่านักศึกษาที่มาจอดไว้เพื่อขึ้นรถไปธุระเมืองอื่นๆ …
SAID Business School (ซาอิด)
เป็นคณะบริหารธุรกิจที่อยู่หน้าสถานีรถไฟ … ใครมาก็ต้องเจอเป็นคณะแรกเลย ..

ระหว่างทางเดินจากสถานีรถไฟเข้าไปในเขตเมือง มีตลาดสดเล็กๆ น่ารักๆ เปิดขายทุกวัน

หอคอยชื่อ Saxon Tower ระหว่างทาง

นักดนตรีเปิดหมวกฝีมือดีหน้าหอคอย

อาคารทรงทิวดอร์ใกล้หอคอย


เขตเศรษฐกิจย่านช้อปปิ้ง
(เห็นแล้วนึกถึง Diagon Alley ใน Harry Potter เลย -บุษ)


Tom Tower ตั้งเด่นเป็นสง่า … เป็นประตูทางเข้าหลักของ Christ Church College โดยประตูนี้มีชื่อว่า Tom Gate

Christ Church College เป็น college ที่ใหญ่และงามสง่าที่สุดใน Oxford … ก่อตั้งเมื่อปี 1525 … มีนายกรัฐมนตรีอังกฤษ 13 คนสำเร็จการศึกษาจาก college นี้ !!!
ตอนที่ไปถึง ยังไม่ได้เวลาเปิดให้เข้าชม เดินเที่ยวรอบๆ ไปก่อนครับ

ห้องอาหาร The Great Tudor Dining Hall ของนักศึกษาและคณาจารย์ Christ Church College เคยใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำฉากในภาพยนตร์ Harry Potter

เวลากินข้าว เหมือนมีคณบดีตั้งแต่เมื่อ 4-500 ร้อยปีก่อนมานั่งจ้องดูอยู่ด้วยล่ะ
ถ้าบุคคลภายนอกจะเข้าไปรับประทานอาหาร ต้องจ่ายแพงๆ แต่นักศึกษาที่แต่งชุดฟอร์มอลสามารถรับประทานได้ในราคา 6 ปอนด์

ภายในวิหาร Oxford Cathedral สวยงาม

อนุสรอัศวิน Nowers รูปร่างสูงใหญ่ราวๆ 2 เมตร เสียชีวิตไปในปี 1386
เนื่องจาก Oxford เป็นมหาวิทยาลัยที่ใหญ่มากและเก่าแก่ที่สุด จึงมีกษัตริย์ ราชินี และศิษย์เก่าที่จบการศึกษาไปแล้วประสบความสำเร็จสูงๆ มีฐานะร่ำรวยบริจาคที่ดินทรัพย์สินมากมายเพื่อมาสร้าง college เพิ่มขึ้นจนขยายใหญ่โตออกเป็นเมือง รวมทั้งยังมีห้องสมุดต่างๆ พิพิธภัณฑ์ โบสถ์วิหาร โรงละคร หอประชุม เยอะแยะจนจำไม่ไหวและไม่สามารถเข้าเยี่ยมชมได้ทั่ว …

หอสมุด Bodleian Library ตั้งชื่อเป็นเกียรติแก่ Sir Thomas Bodley ก่อตั้งในปี 1602 … เป็นห้องสมุดที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของอังกฤษ มีหนังสือรวมกันกว่า 6 ล้านเล่ม … มีชั้นใต้ดินและทางเดินใต้ดินเชื่อมไปยังห้องสมุด New Bodleian Library และตึก Radcliffe Camera .

แลนด์มาร์คสำคัญของ Oxford ที่ทุกคนต้องมาถ่ายรูปคือ ตึก Radcliffe Camera (คำว่า Camera ในสมัยกลางหมายถึง “ห้อง”) ซึ่งเป็นห้องอ่านหนังสือของห้องสมุด Bodleian … ตึกนี้มีหนังสือราวๆ 600,000 เล่ม
อาคารเป็นทรงกระบอกด้านบนเป็นยอดโดมปลายแหลม สร้างระหว่างปี 1737-1749

ใกล้ๆ กันนั้นมี “สะพานถอนหายใจ” (Bridge of Sighs) … จำลองมาจากเมืองเวนิสในอิตาลี สร้างขึ้นเมื่อปี 1903 เพื่อเชื่อมอาคารของ Heartford College แต่คนละความหมายกับที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์

Divinity School หนึ่งใน college ที่สวยสง่า
ได้แต่แหงนมอง … ไม่มีวาสนาเข้าเรียน แฮะๆ

St. Edmund Hall College (วันนั้นปิดไม่อนุญาตให้เข้าชม) สร้างเมื่อปี 1270 ให้ชื่อตาม St. Edmund ซึ่งเป็นบัณฑิตคนแรกของ Oxford ที่ได้เป็นอาร์คบิชอปแห่งแคนเทอเบอรี

Queen’s College ก่อตั้งเมื่อปี 1340 เคยได้รับยกย่องว่าเป็น college ที่สวยที่สุดใน Oxford โดยเฉพาะบยอดโดมเหนือประตูทางเข้า

Lincoln College ก่อตั้งโดย Richard Flemming ซึ่งเป็นบิชอปแห่ง Lincoln ในปี 1427
มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ความเชื่อมโยงและการแข่งขันระหว่าง Oxford กับ Cambridge มากมาย …
หากใครได้ไปเยือนทั้งสองมหาวิทยาลัย จะพบชื่อ Colleges ที่ซ้ำๆ กัน (หรือบาง college อาจจะแกล้งเพี้ยนตัวสะกดเล็กน้อยเพื่อให้เห็นถึงความแตกต่าง เช่น Queen’s College ของ Oxford ซึ่งก่อตั้งปี 1340 กับ Queens’ College ของ Cambridge ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี 1448 ห่างกัน 108 ปี
หรือ Christ Church College กับ Christ’s College) … แต่ส่วนใหญ่แล้วจะซ้ำกันตรงๆ เช่น King’s College, Trinity College เป็นต้น …
ทั้งนี้ ก็เพราะทั้งสองมหาวิทยาลัยจัดว่าเป็น sister colleges กัน คือ ในสมัยหลังจาก Oxford มีอายุร้อยกว่าปี บุคลากรระดับคณาจารย์กลุ่มหนึ่งเกิดความขัดแย้งกันกับผู้บริหาร จึงแยกตัวออกมาสร้างมหาวิทยาลัยอีกแห่งบนพื้นที่สองฝั่งแม่น้ำ River Cam แล้วตั้งชื่อว่า Cambridge … แต่ทางฝั่ง Oxford ก็มักมีคำกระแนะกระแหน Cambridge ให้ผู้อ่านขำๆ อยู่ทั่วไป
เดี๋ยวพาไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์แอชโมลีน (Ashmolean Museum) กัน …

พิพิธภัณฑ์แอชโมลีน … ตัวอาคารสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิค … อยู่ในบริเวณเมืองมหาวิทยาลัย Oxford … จัดแสดงทั้งมัมมี่แบบต่างๆ ผลงานประติมากรรมอียิปต์ กรีก โรมัน อินเดีย และจีน รวมถึงผลงานศิลปะตั้งแต่สมัยเรอเนสซองซ์จนถึงปัจจุบัน … ที่สำคัญคือ เข้าชมฟรี

รูปสลักสมัยกรีก … ดูลักษณะการครองผ้าแล้ว คล้ายการนุ่งห่มจีวรของพระสงฆ์เหมือนกันนะครับ

งานแกะสลักแผ่นหินจากอียิปต์ …

มัมมี่ … ยังค่อนข้างสมบูรณ์ …

ในบางยุคบางสมัย ผู้หญิงอวบๆ ก็ดูจะเป็นที่นิยมนะครับ

โบกๆๆ … ตัวหน้าของจริง ตัวหลังพยายามทำให้ดูว่าสมัยก่อนเขามีการลงสีไว้ แต่สีหลุดออกไปหมดแล้ว
รูปแกะสลักจากอินเดีย …
กลาง – พระพุทธรูป
ซ้าย – ประสูติ
ขวา – ปรินิพพาน
(รูปเยอะมาก คลังติดลิมิตเลย อัพได้แค่นี้ค่ะ 555)